• Image field 1
  • บริษัท เอส ไบโอเทค จำกัด (S Biotec Co., Ltd.)
    เลขที่ 80/379 หมู่ที่ 3 รังสิต บิช พาร์ค ซอยคลองหลวง 26 ถนนพหลโยธิน
    ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รหัสไปรษณีย์ 12120
    โทรศัพท์ 02-077-7593, 02-129-6621, หรือ 098-825-0970
  • แบบฟอร์มใบส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการสำหรับโรคภูมิแพ้และภูมิแพ้อาหารแฝงในสัตว์เลี้ยง

  • รายละเอียดสิ่งส่งตรวจ ****กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน****

  •  - -
  • **หมายเหตุ** ควรเก็บตัวอย่างเลือดอย่างน้อย 1-5 มิลลิลิตร และเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4°C -20°C หรือ -70°C ขึ้นอยู่กับระยะเวลาก่อนการตรวจ
  • การรับใบรายงานผล

  • รายการทดสอบสารก่อโรคภูมิแพ้และภูมิแพ้อาหารแฝง

  • * การทดสอบสารก่อโรคภูมิแพ้และภูมิแพ้อาหารแฝง ใช้เทคนิค Immunoblotting/Enzyme immunoassay ในการประเมินค่าความเข้มข้นของ แอนติบอดีชนิด Allergen-specific immunoglobulin E (IgE) ที่จำเพาะเจาะจงต่อสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อมและอาหาร หรือ Food specific IgG (sIgG) ที่จำเพาะเจาะจงต่ออาหารในกรณีที่มีการสงสัยภาวะภูมิแพ้อาหารแฝง โดยใช้ตัวอย่างเลือดของสัตว์เลี้ยง
  • ** รหัสการทดสอบ: CAN = Canine, FEL = Feline, EQU = Equine, CF = Canine and Feline, AIE = Allergen-specific Immunoglobulin E, FIT = Food Intolerance Test, 01 / 02 = Allergy Test Panel
  • *** TAT: Total turnaround time คือ ช่วงเวลาตั้งแต่เวลาที่เจ้าหน้ารับตัวอย่างจนถึงเวลาที่เสร็จสิ้นกระบวนการ ตลอดจนนำส่งใบรายงานผล
  • คำแนะนำเบื้องต้นในการเก็บตัวอย่าง

  • 1. ควรเก็บเลือดปริมาณอย่างน้อย 1-5 มิลลิลิตร โดยเจาะเก็บเลือดสัตว์จากหลอดเลือดดำตามตำแหน่งที่ระบุไว้ในคู่มือการเก็บตัวอย่าง
  • 2. การเก็บตัวอย่าง Whole blood: เจาะเลือดใส่หลอดเก็บเลือดฝาสีม่วงซึ่งมีสารกันเลือดแข็งตัวชนิด Heparin หรือ EDTA เมื่อใส่เลือดแล้วให้ ผสมกันทันทีโดยใช้วิธีพลิกไป-มาหรือคว่ำ-หงายหลอดเก็บเลือดอย่างช้า ๆ ประมาณ 5-10 ครั้ง
  • 3. การเก็บตัวอย่าง Plasma: เจาะเลือดใส่หลอดเก็บเลือดฝาสีม่วงซึ่งมีสารกันเลือดแข็งตัวขนิด Heparin หรือ EDTA เมื่อใส่เลือดแล้วให้ผสมกัน ทันทีโดยใช้วิธีพลิกไป-มาหรือคว่ำ-หงายหลอดเก็บเลือดอย่างช้า ๆ ประมาณ 5-10 ครั้ง จากนนั้นนำมาปั่นเหวี่ยงที่ความเร็ว 2,000-3,000 RPM เป็นระยะเวลา 10-20 นาที เพื่อแยกพลาสมา ใช้ปิเปตดูดแยกส่วนใสด้านบนออกมาใส่ในหลอดเก็บตัวอย่างใหม่
  • 4. การเก็บตัวอย่าง Serum: เจาะเลือดใส่หลอดเก็บเลือดฝาสีแดง ตั้งหลอดเก็บทิ้งไว้ให้เลือดแข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง (Clotted blood) เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปปั่นแยกซีรัม โดยนำมาปั่นเหวี่ยงที่ความเร็ว 2,000-3,000 RPM เป็นระยะเวลา 10-20 นาที เพื่อแยกซีรัม ในกรณีที่ แยกซีรัมแล้วมีเม็ดเลือดแดงปนอยู่มาก ควรทำการปั่นเหวี่ยงด้วยเครื่องปั่นเหวี่ยงที่ความเร็ว 2,000 - 3,000 RPM นาน 10-20 นาที เพื่อให้ เม็ดเลือดตกตะกอนก่อนจึงแยกชีรัมอีกครั้ง ในกรณีที่ไม่มีเครื่องปั่นเหวี่ยงสาร ให้ตั้งเลือดทิ้งไว้ให้เลือดแข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง โดยห้ามแช่ในตู้เย็น กระติกน้ำแข็ง หรือในช่องแช่แข็ง หลังตั้งทิ้งไว้สามารถเก็บในตู้เย็น 4°C ไม่เกิน 1 คืน ถ้านานกว่านี้ทำให้เม็ดเลือด แตกจะได้ซีรัมสีแดงซึ่งจะเน่าเสียง่าย ในกรณีที่ซีรัมที่แยกได้ยังมีเม็ดเลือดแดงปนอยู่มาก ให้นำซีรัมที่แยกได้เก็บไว้ในตู้เย็นหรือกระติกน้ำแข็ง 12-24 ชั่วโมง ซึ่งเม็ดเลือดแดงที่เหลืออยู่จะตกตะกอน จากนั้นจึงแยกชีรัมใส่ในหลอดเก็บตัวอย่างใหม่อีกครั้ง
  • 5. สามารถเก็บรักษาชั่วคราวที่ 4°C และควรนำส่งตัวอย่างสิ่งส่งตรวจให้ห้องปฏิบัติการเร็วที่สุด โดยแช่ในกระติกน้ำแข็ง และส่งภายใน 24 ชั่วโมง หากต้องการเก็บรักษาระยะยาว ควรเก็บตัวอย่างที่อุณหภูมิ -20°C หรือ -70°C ขึ้นอยู่กับระยะเวลาก่อนการส่งตรวจ
  • 6. หลีกเลี่ยงตัวอย่างที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงแตก (Haemolysis) หรือมีไขมันในเลือดสูง (Lipaemic) เนื่องจากอาจส่งผลต่อผลการทดสอบ
  •  
  • Should be Empty: